วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คำศัพท์ IT ครั้งที่ 4

คำศัพท์ IT ครั้งที่ 4
Register
เรจิสเตอร์เป็นการเก็บข้อมูลแต่ละชนิดได้ เป็นหน่วยความจำที่มีพื้นที่เล็กๆ ใช้ในการเก็บผลลัพธ์จากการคำนวณของหน่วยคำนวณ
Relational data structure
โครงสร้างข้อมูลเชิงสัมพันธ์เป็นการสร้างความสัมพันธ์ของข้อมูล
RAM
หน่วยความจำอ่านอย่างเดียวเป็นหน่วยความจำที่เก็บไว้ใน chip จะติดมากับตัวเครื่องไม่สามารถแก้ไขได้โดยผู้ใช้คอมพิวเตอร์
Semiconductor storage
หน่วยเก็บแบบสารกึ่งตัวนำเป็นอุปกรณ์ที่เก็บไว้ในหน่วยความจำที่มีความเร็วสูง
Serial access
การเข้าถึงโดยลำดับเป็นลักษณะหน่วยความจำที่เข้าถึงโดยมีความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่แน่นอนและตำแหน่งข้อมูลในหน่วยความจำ
Time sharing
การแบ่งเวลาการใช้เวลาใช้อุปกรณ์ทางด้าน Hardware โดยสามารถทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกันโปรแกรมหรือบุคคลที่ใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาเดียวกันนั้นก็สามารถโต้ตอบกันได้
Top-down methodology
วิธีการจากบนลงล่างกระบวนการทำงานที่นำงานที่ยุ่งยากมาจัดเรียงลำดับจากบนลงล่าง
Variable
ตัวแปรเก็บค่าไว้ในหน่วยความจำ อ้างอิงถึงตัวอักษร จะสามารถรู้ถึงค่าข้อมูลที่เก็บเอาไว้
Virtual storage
หน่วยเก็บเสมือนเป็นหน่วยเก็บข้อมูลสำรองและเป็นโปรแกรมพิเศษในการทำงานส่วนหนึ่งของโปรแกรม ซึ่งจะส่งผลผ่านไปในระบบ ส่งจากหน่วยเก็บข้อมูลภายในไปแสดงผลภายนอก
VLSI
วงจรรวมความจุสูงเป็นอุปกรณ์ที่มีความเร็ว 100,000/วินาที เป็นอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ที่รวมใน chip
Volatile storage
หน่วยเก็บลบเลือนได้ เป็นหน่วยความจำขนาดกลางที่สามารถลบได้


รหัส 2581051541337 
นางสาววาสนา  อาทิตย์อุทัย

สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ ปี3 เทียบโอน

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

คำศัพท์ IT ครั้งที่ 3

คำศัพท์ IT ครั้งที่ 3
1> Mouse : เมาส์
เป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดเท่ากับเทปใช้ในการบังคับทิศทางของเคอร์เซอร์ซึ่งเมาส์จะมีลักษณะที่เคลื่อน
ย้ายไปมาได้ เมาส์จะมีสายที่ยาวต่อเข้าไปเครื่องคอมพิวเตอร์และใช้รับคำสั่งโดยการคลิกที่ปุ่มของเมาส์
2> Multiprocessing : การประมวลผลหลายตัว
เป็นการประมวลผลหรือการปฏิบัติพร้อมกันหลายครั้งในเวลาเดียวกัน เป็นคำสั่งที่ใช้ในระบบเครือข่ายประมวลผล สำหรับการนำข้อมูลเข้าและข้อมูลออก
3> network data structure : โครงสร้างข้อมูลแบบเครือข่าย
เป็นโครงสร้างข้อมูลแบบเครือข่ายที่มีข้อมูลได้หลายข้อมูลเรียกว่า node
4> nonvolatile storage : หน่วยความจำไม่ลบเลือน
เป็นหน่วยความจำที่เก็บข้อมูลในเครื่องไม่หายไปไหน เป็นอุปกรณ์หน่วยความจำที่ไม่ล่าช้าในการเก็บข้อมูล
5> offline : นอกสายหรือไม่เชื่อมตรง
เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้นอกสายในการติดต่อสื่อสาร ไม่เชื่อมตรงต่อ CPU เป็นระบบที่ติดต่อกับระบบคอมพิวเตอร์
6> Online : ในสายหรือเชื่อมตรง
เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่อยู่ในสายในการติดต่อสื่อสารเชื่อมต่อ CPU เป็นอุปกรณ์หรือระบบที่ไม่ต่อโดยตรงในระบบคอมพิวเตอร์
7> Simulation : การจำลอง
เป็นการออกแบบและวิเคราะห์คุณสมบัติหรือลักษณะของกายภาพหรือการสมมุติโดยลักษณะของระบบหุ่นจำลอง
8> Software : ส่วนชุดคำสั่ง
การตั้งโปรแกรม เอกสาร ขั้นตอน และมีความเกี่ยวข้องกันด้วยการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์
9> String : อักขระ
คือตัวเลข ตัวอักษร การรวมกันของตัวอักษรจะเป็นการแสดงถึงข้อมูลชนิดหนึ่ง
10> Structured programming : การเขียนโปรแกรมโครงสร้าง
เป็นตัวอย่างหรือโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบและเขียนรหัส ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยทั่วไปแล้วคำสั่งที่ใช้เขียนโครงสร้างจะใช้คำสั่งที่เป็นพื้นฐานและแสดงถึงลักษณะในการทำงานจากสูงสุดไปต่ำสุด ใน ส่วนของฟังก์ชั่นหลักๆ แล้วจะแบ่งออกเป็นส่วนเล็กๆ

รหัส 2581051541337
นางสาววาสนา  อาทิตย์อุทัย

สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

เทคนิคการทำสัญญาณ WI-FI แรงขึ้น

10 วิธีที่ช่วยเพิ่มสัญญาณ WI-FI ให้แรงขึ้น

 
ปัญหา Wi-Fi ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณอ่อน อินเตอร์เน็ตช้า สัญญาณล่มบ้างละ ปัญหาอื่นๆ อีกต่างๆ นาๆ ทำให้ส่งผลต่อการทำงาน เล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง วันนี้จะมานำเสนอวิธีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสัญญาณ Wi-Fi ให้แรงขึ้นได้เราไปดูกันกันเลย
1.ปิดพัก ROUTER บ้าง
การเปิดทำงานข้ามวันข้ามคืนอย่างหนัก เปิดตลอดไม่ได้ปิดเลย ก็ส่งผลให้อืดได้เช่นกัน เหมือนกับคอมพิวเตอร์ทั่วไปนั่นแหละ ฉะนั้นก็ควรจะปิดให้มันได้พักผ่อนซะบ้าง ปิดหลังจากที่ไม่ได้ใช้ เวลาจะใช้ก็ค่อยเปิดใหม่
2.หาเราเตอร์อีกตัวมาช่วยกระจายสัญญาณ
หากบ้านใครกว้างมากๆ ตัวปล่อยสัญญาณตัวเดียวคงไม่ทั่วถึงแน่ๆ ลองหาตัวช่วยย้ำสัญญาณ ทวนสัญญาน หรือช่วยกระจายสัญญาณ (Access Point) มาทำหน้าที่เป็น repeater ส่งต่อสัญญาณให้ทั่วทั้งบ้าน
3.ใช้อุปกรณ์เร่งสัญญาณ
ในเราเตอร์บางรุ่น สามารถใช้เฟิร์มแวร์เสริมความแรงได้ อย่างเช่นจำพวก DD-WRT, Tomato ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเราเตอร์ สามารถเร่งความเร็วชิปให้เพิ่มขึ้นได้ หรือเปลี่ยนไปเสาส่งสัญญานแรงๆ เสาสูงๆ
4.ใช้กระป๋องเบียร์ช่วย
วิธีการก็คือตัดกระป๋องเบียร์แผ่ออกให้เหมือนในรูป หรือกระป๋องอะไรก็ได้ จะช่วยบังทิศทางของสัญญาณได้ วิธีนี้ได้ผลเช่นกัน
5.จัดการกับแบนด์วิดธ์
ในตัวปล่อยสัญญาณบางรุ่นจะมีระบบจัดการแบนด์วิดธ์มาให้ สามารถกำหนดความเร็วให้เหลือนิดเดียวสำหรับพวกโหลดบิทหรือเล่นเกมออนไลน์ได้ คนอื่นก็จะได้ใช้อย่างสบายใจ
6.ใช้ระบบการรักษาความปลอดภัยที่สูงที่สุด ป้องกันคนมาขโมยเล่น
ถึงจะมีการตั้งรหัสผ่านไว้ป้องกันคนอื่นมาแย่งเล่นฟรีๆ ไว้แล้ว ยังไง ก็ต้องมีคนพยายาม Hack เข้ามาเล่นให้ได้อยู่ดี ฉะนั้นควรเลือกใช้ระบบการเข้ารหัสที่ดีที่สุด จำพวก WEP, WPA เป็นต้น และก็ควรตั้งรหัสยากๆ เข้าไว้ อย่างเช่นการผสมตัวอักษรและตัวเลข ตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ การใส่อักขระพิเศษ และที่สำคัญคือการเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ
7.วางไว้ห่างจากโทรศัพท์บ้าน
คลื่นความถี่ที่ตัวปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ใช้ส่วนใหญ่ก็จะเป็น 2.4 GHz เป็นคลื่นเดียวกันกับโทรศัพท์บ้านเลย ถ้าวางไว้ใกล้ๆ กันก็อาจจะรบกวนสัญญาณกันได้
8.เคลียร์ช่องสัญญาณให้ว่างมากที่สุด
รถเยอะ การจราจรก็ติดขัด Wi-Fi ก็เป็นเหมือนกัน คนใช้เยอะก็ต้องแย่งสัญาณกันใช้ วิธีการง่ายๆ ก็คือตั้งรหัสผ่านไว้ซะ ป้องกันคนแย่งใช้ หรือหากเป็นสัญญาณที่แชร์กันหลายๆ ช่อง ก็ลองเปลี่ยนไปใช้สัญญาณของช่องอื่นๆ ก็ได้
9.เลือกวาง ROUTER ไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม
อีกปัญหาใหญ่หลวงของสัญญาณหายหรือสัญญาณไม่แรง ก็คือจุดปล่อยคลื่นเป็นมุมอับ กระจายสัญญาณได้ไม่ดี ลองย้ายเปลี่ยนตำแหน่งดูบ้าง วางไว้ในที่ๆ กว้างซักหน่อย การกระจายของสัญญาณก็จะทั่วถึงมากขึ้น
10.เลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด
แน่นอนว่าของใหม่ล่าสุดย่อมดีกว่าของเก่าเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน หรือแม้ตัวส่งสัญญาณ Wi-Fi ก็ตาม ฉะนั้น ก็ควรจะเปลี่ยนตัวปล่อยสัญญาณตามกาลเวลาบ้าง


รหัส 2581051541337  
นางสาววาสนา  อาทิตย์อุทัย

สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ

คำศัพท์ IT ครั้งที่ 2

คำศัพท์ IT ครั้งที่ 2
Application
ระบบงานประยุกต์
Business Application
ระบบงานสำหรับธุรกิจ
Boardban Internet
อินเตอร์เน็ต ความเร็วสูง
Client
เครื่องลูกข่าย
CRM
ย่อมากจาก Custom Ralation Management ซอฟต์แวร์ระบบบริหาร ลูกค้าสัมพันธ์
Dial up
การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบหมุน โทรศัพท์ผ่านโมเด็ม
e-commerce
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
e-government
รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์
e- education
ประชาชนอิเล็กทรอนิกส์
On-line
การศีกษาอิเล็กทรอนิกส์
รหัส 2581051541337  นางสาววาสนา  อาทิตย์อุทัย

สาขาเทคโนโลยีสาระสนเทศทางธุรกิจ ปี 3 เทียบโอน

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

คำศัพท์ IT ครั้งที่ 1

คำศัพท์ IT ครั้งที่ 1
E-Business
การใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต และเทคโนโลยีดิจิตอลอื่นๆ เพื่อติดต่อสื่อสาร ทำงานร่วมกัน และการจัดการต่างๆ ในองค์กร (โดยระบบอินเตอร์เน็ตที่ใช้เฉพาะในองค์กรเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Intranet เช่นผู้จัดการสามารถส่งอี-เมล์, เอกสารบนเวบ รวมทั้งการใช้ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับเวิร์คกรุ๊ป (Work-group) ต่างๆ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสารกับพนักงานนับพันหรือแม้แต่จัดการกับงานต่างๆซึ่งไม่สามารถพบปะเจอะเจอกันได้โดยตรง
DATABASE
ฐานข้อมูล ที่รวมของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน และจัดเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ค้นคืนได้ง่าย
Data Highway
โครงสร้างเครือข่ายข้อมูลที่เชื่อมโยงกันทางคอมพิวเตอร์และเครื่องอิเล็กทรอนิคส์ได้ทั่วไปหมดเปรียบเสมือนทางหลวงของข้อมูลปัจจุบันนิยมใช้คำว่าทางด่วนข้อมูลข่าวสาร”(information  superhighway)  เพราะเป็นคำที่มีความหมายกว้างกว่าการพัฒนาของระบบสื่อสารโทรคมนาคมของโลกทำให้เราสามารถติดต่อหาข้อมูลข่าวสารทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
Digital Signature
ลายเซ็นใช้ยืนยันว่าเอกสารนั้นถูกต้อง ไม่มีการดัดแปลงแก้ไขโดยบุคคลภายนอก เป็นวิธีเพิ่มความปลอดภัยนอกเหนือจากการเข้ารหัส และตรวจสอบความถูกต้องให้กับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารลับ บัตรเครดิต และเงินแบบดิจิตอล สำหรับในประเทศไทย ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเสนอให้มีกฎหมายรับรองการใช้ลายเซ็นดิจิตอล
Hacker
ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่พยายามหาทางเข้าไปในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัย  ทั้งนี้อาจเพื่อแสดงว่ามีความสามารถสูง  หรือเพื่อความต้องการที่ผิดกฎหมาย
Hot Spot
สถานีรับ-ส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง
IDC: Internet Data Center
ศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต
Fiber  Optic  Network
ระบบเครือข่ายความเร็วสูงที่ใช้เส้นใยแก้วนำแสงและเทคโนโลยีของเลเซอร์ในการส่งข้อมูล
SLIP หรือ Serial Lind Internet Protocol
ข้อกำหนด หรือวิธีของการเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ตแบบอนุกรม โดยผู้ใช้หรือบริษัทใช้สายโทรศัพท์และโมเด็ม (Modem) โดยไม่ต้องผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย(Host computer)เพื่อเชื่อมโยงกับระบบอินเตอร์เน็ตการเชื่อมโยง “SLIP” ต้องเช่าจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP)
TCP/IP หรือ Transmission Control Protocol/Internet Protocol
กฏเกณฑ์ หรือมาตรฐานที่ใช้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกันในระบบอินเตอร์เนต ให้ติดต่อกันได้โดย IP ทำหน้าที่แยกข่าวสาร (Message) เป็น Package ย่อยๆ ส่วน TCP ทำหน้าที่จัด และรวม packets ทั้งหมดเป็นข่าวสาร

น.ส.วาสนา อาทิตย์อุทัย 
ชั้นปีที่ 3 (เทียบโอนรายวิชา)
สาขา เทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Profile

ชื่อ : นางสาววาสนา  อาทิตย์อุทัย
ชื่อเล่น : หนูแดง
งานอดิเรก : ดูทีวี ปลูกต้นไม้
คติประจำตัว : พรุ่งนี้ต้องดีกว่า
จบจาก : วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล
เป้าหมายหลังจากการศึกษาในระดับปริญญาตรี : ทำงานเป็นพนักงานแบงค์

วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Introduction SEO


ค้นหาความหมายของคำต่อไปนี้
1.SEO
ตอบ SEO (เอสอีโอ) มาจากคำเต็มว่า Search Engine Optimization คือ การทำให้เหมาะที่สุดสำหรับโปรแกรมค้นหา หรือขยายความง่ายๆว่าเป็น กระบวนการ ปรับแต่งเว็บไซต์ ตั้งแต่ การออกแบบ การเลือกใช้เครื่องมือในการทำงาน การเขียนโปรแกรมสนับสนุน จนถึงการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ หรือที่เราเรียกกันว่า โฆษณาให้มีความสอดคล้อเหมาะสมกับระบบการทำงานของ Search Engine (เครื่องมือในการค้นหา) เพื่อให้สามารถทำอันดับต้นๆ ของSearch Engineเครื่องมือค้นหาเว็บไซต์ต่างๆเช่นGoogle,MSN,Yahoo,AOLเป็นต้น)

2.Meta Tag
ตอบ  Meta tags เป็นข้อความที่เราประกาศเอาไว้ใน Code จะไม่แสดงผลในเว็บเพจ โดยเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ Keywords ที่ใช้ที่เกี่ยวข้อกับเว็บไซต์ Search Engine จะทำการเก็บรายละเอียดพวกนี้ไว้อ้างอิงเว็บไซต์เรา ถ้าเราไม่เขียนก็ได้ แต่ Search Engine จะทำการหาข้อความ หรือเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ไปแทน ซึ่งอาจไม่ใช่ใจความสำคัญ หรือส่วนสำคัญของเว็บไซต์ของเราก็ได้ จะเป็นการดีมากถ้าเราสละเวลาเล็กน้อยเพื่อเขียนรายละเอียดส่วนนี้ 

Meta tags นั้นมีไว้สำหรับใส่รายละเอียดของ Metadata ซึ่งจะบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บเพจที่ำกำลังแสดงผลอยู่ metadata ไม่ได้ถูกคิดค้นมาเพื่อใช้งานกับเว็บเพจ เพราะแรกเริ่มเดิมทีนั้น metadata ได้ถูกใช้ในกลุ่มพัฒนาฐานข้อมูลที่อ้างอิงถึงสารสนเทศ ในห้องสมุดเพื่อให้บรรณารักษ์ได้ใช้ในการจัดการระบบห้องสมุด ซึ่งถ้าหากจะว่าไปแล้วเราก็อาจเปรียบเทียบได้ว่า เว็บเพจต่างๆ นั้นเปรียบเสมือนห้องสมุดโลกขนาดใหญ่ ด้วยเหตุผลนี้เองจึงได้มีแนวความคิดในการนำ metadata มาประยุกต์ใช้กับเว็บเพจต่างๆ 

ตัวอย่างการใช้งาน Meta tags นั้นเราจะเขียน code ให้อยู่ในส่วนของ <HEAD></HEAD> ในหน้าเว็บเพจที่เราต้องการใช้ Meta tags ตัว Meta tags เองนั้นมีมากมายหลายแบบ จะขอกล่าวแบบที่นิยมใช้กันดังนี้

<HEAD>

<META HTTP-EQUIV="CONTENT-TYPE" CONTENT="TEXT/HTML; CHARSET=รหัสมาตราฐานภาษาที่ใช้บนเว็บ" >
<META NAME="KEYWORDS" CONTENT="ใส่คำสำคัญ">
<META NAME="DESCRIPTION" CONTENT="ใส่เนื้อหาเกี่ยวกับเว็บไซต์">
<META NAME="AUTHOR" CONTENT="ใส่ชื่อ">
<META NAME="COPYRIGHT" CONTENT="ใส่พวกชื่อบริษัทแสดงความเป็นเจ้าของเว็บ"
<META NAME="GENERATOR" CONTENT="ใส่เครื่องมือที่ใช้สร้างเว็บไซต์">
<META name="ABSTRACT" content="ใส่สาระสำคัญเนื้อหาเอกสาร">
<META NAME="ROBOT" CONTENT="ต้องกำหนดค่า"
<META NAME="REVISIT-AFTER" CONTENT="ต้องกำหนดค่า"
<META HTTP-EQUIV="REFRESH" CONTENT="2;URL=หน้าที่ต้องการให้รีไดเร็คไป"
<META HTTP-EQUIV="expires" CONTENT="วันที่เวลาวันหมดอายุให้ลบออกจากฐานข้อมูล">
<META name="Distribution" content="ระดับการเผยแพร่">
<META NAME="CONTACT_ADDR" CONTENT="ใส่อีเมล์สำหรับให้คนติดต่อกลับ"
<META NAME="RATING" CONTENT="ระบุกลุ่มคนเข้าดู">
<META NAME="LANGUAGE" CONTENT="ภาษาที่ใช้ในเว็บ">
</HEAD>
Meta tags ที่ใช้กำหนดชนิดตัวอักษร
<META HTTP-EQUIV="Content-Type" CONTENT="text/html;charset=UTF-8">

meta tags นี้จะบอกชุดตัวอักษรที่ใช้กับภาษาไทย ให้ Browser ใช้ชุดตัวอักษร UTF-8 สำหรับเปิดเว็บเพจของเรา
Meta tags ที่จำเป็นสำหรับ Search Engine

<META NAME="keywords" CONTENT="ออกแบบเว็บไซต์, เว็บดีไซต์ ">

บอกคำที่เกี่ยวข้องกับเว็บเพจหน้านี้ เป็นคำที่ใช้ในการค้นหาหน้านี้ คั่นด้วยสัญลักษณ์ (,)
<META NAME="description" CONTENT="รับออกแบบเว็บไซต์ คุณภาพดี ในราคาที่คุณกำหนดได้ ">
บอกรายละเอียดของเว็บเพจแบบคร่าวๆ
Meta tags สำหรับบอกชื่อผู้เขียนหน้านี้ และลิขสิทธิ์

<META NAME="author" CONTENT="ClickmeDesign Team ">

ผู้เขียนหน้านี้
<META NAME="copyright" CONTENT = "ClickmeDesign Co., Ltd. ">
ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
Meta tags สำหรับบอกเครื่องมือที่ใช้สร้างเว็บเพจนี้

<META NAME="generator" CONTENT="Dreamweaver">

ใส่โปรแกรมที่ใช้ในการสร้างเว็บเพจหน้านี้้
Meta tags สำหรับสั่งให้ refresh หน้าเว็บเพจที่แสดงผลอยู่อัตโนมัติ

<META http-equiv="refresh" CONTENT="5; url=index.html">

- เลข 5 คือ จำนวนวินาทีที่ต้องการให้ refresh เช่นใส่เลข 5 คือให้ refresh ทุก 5 วินาที
- index.html คือ หน้าที่แสดงผลอยู่ (หน้าที่ต้องการให้ refresh)
Meta tags สำหรับสั่งให้ Re-direct หน้าเว็บเพจอัตโนมัติ ไม่นิยมแล้วเพราะอาจถูกแบนได้

<META HTTP-EQUIV="Refresh" CONTENT="3;URL=http://www.hellomyweb.com">

Redirect คือการให้เปลี่ยนหน้าเ็ว็บเพจที่แสดงผลอยู่ ไปแสดงผลอีกหน้าที่เราตั้งไว้โดยอัตโนมัติ
- เลข 3 คือจำนวนวินาทีที่จะให้แสดงหน้าแรกก่อน 3 วินาทีจึงจะเปลี่ยนไปแสดงอีกหน้าที่เราตั้งไ้ว้
- Url คือเว็บไซต์ที่เราต้องการให้ re-direct ไป (เว็บไซต์ที่ต้องการให้แสดงผลแทนหน้าที่แสดงอยู่)
Meta tags สำหรับสั่งไม่ให้ Search engine แสดงผลหน้านี้

<META NAME="robots" CONTENT="noindex,nofollow">

 "ALL"   คือ การกำหนดค่าให้สามารถจัดทำดรรชนีคำในเนื้อหาได้ทุกหน้าที่มีการเชื่อมโยงถึง เพื่อนำไปจัดเก็บบันทึกลงฐานข้อมูล Search Engine

"NOINDEX"  คือ การกำหนดไม่ให้จัดทำดรรชนีคำในเนื้อหาสำหรับหน้าที่กำหนดไว้ แต่ให้ตามส่วนที่เชื่อมโยงได้และนำเนื้อหาไปจัดทำดรรชนีได้ ไปลงฐานข้อมูล Search Engine

"NOFOLLOW"  คือ การกำหนดให้จัดทำดรรชนีคำในเนื้อหา ในหน้าที่ปรากฏได้  แต่ไม่ให้ตามส่วนที่เชื่อมโยงเพื่อจัดทำดรรชนีคำในเนื้อหา นำไปลงฐานข้อมูล
"NONE"  คือ  การห้ามไม่ให้ spider จัดเก็บเว็บเพจที่ปรากฏไปทำดรรชนีเนื้อหา และ ห้ามตามส่วนเชื่อมโยงเพื่อทำดรรชนีในเนื้อหาด้วยเช่นกัน 

Meta tags สำหรับสั่งให้ Search engine กลับมาที่เว็บไซต์

<META NAME="revisit-after" CONTENT="7 Days">

 Meta tags สำหรับบอกวันที่เวลาวันหมดอายุให้ลบออกจากฐานข้อมูล

<META NAME="expires" CONTENT="Never" >

Meta tags สำหรับบอกระดับการเผยแพร่ของเว็บไซต์

<META NAME="distribution" CONTENT="Global">

Meta tags สำหรับใส่อีเมล์สำหรับให้คนติดต่อกลับ
<META NAME="CONTACT_ADDR" CONTENT="clickmedesign@msn.com"> 
Meta tags สำหรับบอกระบุกลุ่มคนเข้าดู
<META NAME="rating" CONTENT="General">
Meta tags สำหรับบอกภาษาที่ใช้ในเว็บ
<META NAME="language" CONTENT="en-th">

สำหรับ Meta tags ที่จำเป็นต้องใช้จริงๆนั้นมีแค่ 3 ตัวนั้นคือ
1.<META HTTP-EQUIV="Content-Type" CONTENT="text/html;charset=UTF-8">
2.<META NAME="keywords" CONTENT="">
3.<META NAME="description" CONTENT="">
สำหรับตัวอื่นๆนั้นขึ้นอยู่กับเราว่าจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้แล้วแต่ความจำเป็น 


3.Web Spilder
ตอบ  Robot ที่นิยมใช้ในอินเทอร์เน็ตที่เก็บข้อมูลจากเว็บเพจ เรียกว่า เว็บครอว์เลอร์ (web crawler) หรือ สไปเดอร์ (spider) โดยถูกส่งมาจาก Search Engine ทั้งหลาย ให้ทำหน้าที่เก็บข้อมูลของเว็บนั้นมาวิเคราะห์แล้วจัดทำเป็นดัชนี Index มีผลในการจัดอันดับการค้นหาเป็นอย่างมากเจ้า Spider จะเคลื่อนไปทุกเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ตที่มันตรวจพบ โดยจะเน้นการมองหาเว็บไซต์ใหม่ๆ เนื้อหาใหม่ๆ ที่มีการหมั่นอัพเดทข้อมูลอยู่ทุกวัน และทำการคัดลอกสำเนา เนื้อหาข้อมูลจากเว็บนั้น ส่งไปยัง Server ต้นทางที่มันมา เพื่อทำการ บันทึกลงไปในฐานข้อมูล

4.Keyword Density
ตอบ  Keyword Density คือความหนาแน่นของคำสำคัญ หรือ คีย์เวิร์ดของเว็บไซต์ ซึ่งจะส่งผลให้ Search Engine เข้าใจว่าเว็บไซต์ของเราต้องการสื่ออะไร หรือเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับอะไร ยกตัวอย่างเช่น ผมทำเว็บขึ้นมาหนึ่งเว็บ ชื่อเว็บว่า ลูกหมา.com ซึ่งชื่อเว็บบอกอยู่แล้วว่าจะต้องทำเกี่ยวกับหมา หรือลูกหมา แต่ถ้าในเว็บไซต์ของผมดันไปพูดถึงแต่เรื่อง Googleเรื่องการหาเงิน Amazon Adsense มันคงไม่ถูกต้องนัก ดังนั้นในเว็บไซต์ ลูกหมา.com นี้ควรมีคำว่าลูกหมาอยู่ในบทความต่างๆ พอสมควร แต่ว่าไอ้พอสมควรเนี่ยคือเท่าไรกันเล่า จริง ๆ การคิด Keyword Density นั้น เราสามารถพิจารณาได้ทั้งสองแบบเลยครับ คือ

1. Keyword Density ทั้งเว็บ

2. Keyword Density เฉพาะบทความ 1 บทความ หรือ Page หนึ่ง Page

สมการของ Keyword Density คือ (จำนวน Keyword ที่เราสนใจ / จำนวนคำทั้งหมด)x100

โดยเปอร์เซนต์ความหนาแน่นที่เหมาะสม เป็นดังนี้ครับ

1. เราสามารถใส่ Keyword ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะไม่ให้ Google แบน คือ ประมาณ 12 – 20 % (อันนี้หมายถึงเปอร์เซ็นต์ Keyword ทั้งหมดของทั้งเวบนะครับ) โดยคุณสามารถที่จะรู้ได้ว่า % Keyword ทั้งหมดของเวบคุณอยู่ที่เท่าไหร่ โดยลอง Search ใน GG ด้วยคำว่า Keyword Density Analyzer ดูนะครับ จะเวบไซต์มากมายที่สามารถคำนวณ % Keyword ของเวบไซต์ของคุณได้  (ใส่ URL ของเวบ)
2. ทีนี้พูดถึง % Keyword เฉพาะบทความ 1 บทความ หรือ Page หนึ่ง Page สามาถแบ่งได้เป็น 2 กรณีดังนี้
2.1 กรณีเนื้อหาในหน้า Page นั้น มีคำมากเกิน 600 คำขึ้นไป ควรมี Keyword Density ไม่เกิน 10%
2.2 กรณีเนื้อหาในหน้า Page นั้น มีคำน้อยกว่า 600 คำ ควรมี Keyword Density ไม่เกิน 20 %
สาเหตุที่ต้องมี 2 กรณี คือ ในเนื้อหาสั้นๆ นั้นจะทำใ

ห้มีตัวหารน้อย ตัวเลขของความหนาแน่นก็จะมีมากขึ้นไปด้วยนั่นเอง


5.Crawler-based search engine
ตอบ   Crawler Based Search Engines   คือ เครื่องมือการค้นหาบนอินเตอร์เน็ตแบบอาศัยการบันทึกข้อมูล และ จัดเก็บข้อมูลเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นจำพวก Search Engine
ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากให้ผลการค้นหาแม่นยำที่สุด และการประมวลผลการค้นหาสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีบทบาทในการค้นหาข้อมูลมากที่สุดในปัจจุบัน
โดยมีองประกอบหลักเพียง 2 ส่วนด้วยกันคือ
1. ฐานข้อมูล โดยส่วนใหญ่แล้ว Crawler Based Search Engine เหล่านี้จะมีฐานข้อมูลเป็นของตัวเอง ที่มีระบบการประมวลผล และ การจัดอันดับที่เฉพาะ เป็นเอกลักษณ์ของตนเองอย่างมาก
2. ซอฟแวร์ คือเครื่องมือหลักสำคัญที่สุดอีกส่วนหนึ่งสำหรับ Serch Engine ประเภทนี้ เนื่องจากต้องอาศัยโปรแกรมเล็ก ๆ (ชนิดที่เรียกว่า จิ๋วแต่แจ๋ว) ทำหน้าที่ในการตรวจหา และ 
ทำการจัดเก็บข้อมูล หน้าเพจ หรือ เว็บไซต์ต่าง ๆ ในรูปแบบของการทำสำเนาข้อมูล เหมือนกับต้นฉบับทุกอย่าง ซึ่งเราจะรู้จักกันในนาม Spider หรือ Web Crawler หรือ Search Engine Robots


6.Paid search advertising
ตอบ  Paid search หรือ Engine advertising เป็นการซื้อพื้นที่ในเสิร์ซเอนจิน  หากผู้ใช้ค้นหาคำหลักหรือคีย์เวิร์ล (Key word) ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเจ้าของสินค้าหรือบริการต่างๆ โฆษณาของธุรกิจเหล่านั้นจะปรากฏในหน้าแรกให้ทันที  ทั้งนั้นผู้ลงโฆษณาตามจำนวนครั้งที่ใช้คลิกโฆษณาตามจำนวนผู้ใช้คลิกโฆษณาเพื่อเข้าไปในเว็บไซค์ (Pay Per Click : PPC) ของธุรกิจเท่านั้น  โดยเสิร์ซเอนจิน  ที่ได้รับความนิยมในประเทศได้แก่ Google Yahoo และ Microsoft AdCanter เป็นต้น