วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Introduction SEO


ค้นหาความหมายของคำต่อไปนี้
1.SEO
ตอบ SEO (เอสอีโอ) มาจากคำเต็มว่า Search Engine Optimization คือ การทำให้เหมาะที่สุดสำหรับโปรแกรมค้นหา หรือขยายความง่ายๆว่าเป็น กระบวนการ ปรับแต่งเว็บไซต์ ตั้งแต่ การออกแบบ การเลือกใช้เครื่องมือในการทำงาน การเขียนโปรแกรมสนับสนุน จนถึงการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ หรือที่เราเรียกกันว่า โฆษณาให้มีความสอดคล้อเหมาะสมกับระบบการทำงานของ Search Engine (เครื่องมือในการค้นหา) เพื่อให้สามารถทำอันดับต้นๆ ของSearch Engineเครื่องมือค้นหาเว็บไซต์ต่างๆเช่นGoogle,MSN,Yahoo,AOLเป็นต้น)

2.Meta Tag
ตอบ  Meta tags เป็นข้อความที่เราประกาศเอาไว้ใน Code จะไม่แสดงผลในเว็บเพจ โดยเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ Keywords ที่ใช้ที่เกี่ยวข้อกับเว็บไซต์ Search Engine จะทำการเก็บรายละเอียดพวกนี้ไว้อ้างอิงเว็บไซต์เรา ถ้าเราไม่เขียนก็ได้ แต่ Search Engine จะทำการหาข้อความ หรือเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ไปแทน ซึ่งอาจไม่ใช่ใจความสำคัญ หรือส่วนสำคัญของเว็บไซต์ของเราก็ได้ จะเป็นการดีมากถ้าเราสละเวลาเล็กน้อยเพื่อเขียนรายละเอียดส่วนนี้ 

Meta tags นั้นมีไว้สำหรับใส่รายละเอียดของ Metadata ซึ่งจะบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บเพจที่ำกำลังแสดงผลอยู่ metadata ไม่ได้ถูกคิดค้นมาเพื่อใช้งานกับเว็บเพจ เพราะแรกเริ่มเดิมทีนั้น metadata ได้ถูกใช้ในกลุ่มพัฒนาฐานข้อมูลที่อ้างอิงถึงสารสนเทศ ในห้องสมุดเพื่อให้บรรณารักษ์ได้ใช้ในการจัดการระบบห้องสมุด ซึ่งถ้าหากจะว่าไปแล้วเราก็อาจเปรียบเทียบได้ว่า เว็บเพจต่างๆ นั้นเปรียบเสมือนห้องสมุดโลกขนาดใหญ่ ด้วยเหตุผลนี้เองจึงได้มีแนวความคิดในการนำ metadata มาประยุกต์ใช้กับเว็บเพจต่างๆ 

ตัวอย่างการใช้งาน Meta tags นั้นเราจะเขียน code ให้อยู่ในส่วนของ <HEAD></HEAD> ในหน้าเว็บเพจที่เราต้องการใช้ Meta tags ตัว Meta tags เองนั้นมีมากมายหลายแบบ จะขอกล่าวแบบที่นิยมใช้กันดังนี้

<HEAD>

<META HTTP-EQUIV="CONTENT-TYPE" CONTENT="TEXT/HTML; CHARSET=รหัสมาตราฐานภาษาที่ใช้บนเว็บ" >
<META NAME="KEYWORDS" CONTENT="ใส่คำสำคัญ">
<META NAME="DESCRIPTION" CONTENT="ใส่เนื้อหาเกี่ยวกับเว็บไซต์">
<META NAME="AUTHOR" CONTENT="ใส่ชื่อ">
<META NAME="COPYRIGHT" CONTENT="ใส่พวกชื่อบริษัทแสดงความเป็นเจ้าของเว็บ"
<META NAME="GENERATOR" CONTENT="ใส่เครื่องมือที่ใช้สร้างเว็บไซต์">
<META name="ABSTRACT" content="ใส่สาระสำคัญเนื้อหาเอกสาร">
<META NAME="ROBOT" CONTENT="ต้องกำหนดค่า"
<META NAME="REVISIT-AFTER" CONTENT="ต้องกำหนดค่า"
<META HTTP-EQUIV="REFRESH" CONTENT="2;URL=หน้าที่ต้องการให้รีไดเร็คไป"
<META HTTP-EQUIV="expires" CONTENT="วันที่เวลาวันหมดอายุให้ลบออกจากฐานข้อมูล">
<META name="Distribution" content="ระดับการเผยแพร่">
<META NAME="CONTACT_ADDR" CONTENT="ใส่อีเมล์สำหรับให้คนติดต่อกลับ"
<META NAME="RATING" CONTENT="ระบุกลุ่มคนเข้าดู">
<META NAME="LANGUAGE" CONTENT="ภาษาที่ใช้ในเว็บ">
</HEAD>
Meta tags ที่ใช้กำหนดชนิดตัวอักษร
<META HTTP-EQUIV="Content-Type" CONTENT="text/html;charset=UTF-8">

meta tags นี้จะบอกชุดตัวอักษรที่ใช้กับภาษาไทย ให้ Browser ใช้ชุดตัวอักษร UTF-8 สำหรับเปิดเว็บเพจของเรา
Meta tags ที่จำเป็นสำหรับ Search Engine

<META NAME="keywords" CONTENT="ออกแบบเว็บไซต์, เว็บดีไซต์ ">

บอกคำที่เกี่ยวข้องกับเว็บเพจหน้านี้ เป็นคำที่ใช้ในการค้นหาหน้านี้ คั่นด้วยสัญลักษณ์ (,)
<META NAME="description" CONTENT="รับออกแบบเว็บไซต์ คุณภาพดี ในราคาที่คุณกำหนดได้ ">
บอกรายละเอียดของเว็บเพจแบบคร่าวๆ
Meta tags สำหรับบอกชื่อผู้เขียนหน้านี้ และลิขสิทธิ์

<META NAME="author" CONTENT="ClickmeDesign Team ">

ผู้เขียนหน้านี้
<META NAME="copyright" CONTENT = "ClickmeDesign Co., Ltd. ">
ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
Meta tags สำหรับบอกเครื่องมือที่ใช้สร้างเว็บเพจนี้

<META NAME="generator" CONTENT="Dreamweaver">

ใส่โปรแกรมที่ใช้ในการสร้างเว็บเพจหน้านี้้
Meta tags สำหรับสั่งให้ refresh หน้าเว็บเพจที่แสดงผลอยู่อัตโนมัติ

<META http-equiv="refresh" CONTENT="5; url=index.html">

- เลข 5 คือ จำนวนวินาทีที่ต้องการให้ refresh เช่นใส่เลข 5 คือให้ refresh ทุก 5 วินาที
- index.html คือ หน้าที่แสดงผลอยู่ (หน้าที่ต้องการให้ refresh)
Meta tags สำหรับสั่งให้ Re-direct หน้าเว็บเพจอัตโนมัติ ไม่นิยมแล้วเพราะอาจถูกแบนได้

<META HTTP-EQUIV="Refresh" CONTENT="3;URL=http://www.hellomyweb.com">

Redirect คือการให้เปลี่ยนหน้าเ็ว็บเพจที่แสดงผลอยู่ ไปแสดงผลอีกหน้าที่เราตั้งไว้โดยอัตโนมัติ
- เลข 3 คือจำนวนวินาทีที่จะให้แสดงหน้าแรกก่อน 3 วินาทีจึงจะเปลี่ยนไปแสดงอีกหน้าที่เราตั้งไ้ว้
- Url คือเว็บไซต์ที่เราต้องการให้ re-direct ไป (เว็บไซต์ที่ต้องการให้แสดงผลแทนหน้าที่แสดงอยู่)
Meta tags สำหรับสั่งไม่ให้ Search engine แสดงผลหน้านี้

<META NAME="robots" CONTENT="noindex,nofollow">

 "ALL"   คือ การกำหนดค่าให้สามารถจัดทำดรรชนีคำในเนื้อหาได้ทุกหน้าที่มีการเชื่อมโยงถึง เพื่อนำไปจัดเก็บบันทึกลงฐานข้อมูล Search Engine

"NOINDEX"  คือ การกำหนดไม่ให้จัดทำดรรชนีคำในเนื้อหาสำหรับหน้าที่กำหนดไว้ แต่ให้ตามส่วนที่เชื่อมโยงได้และนำเนื้อหาไปจัดทำดรรชนีได้ ไปลงฐานข้อมูล Search Engine

"NOFOLLOW"  คือ การกำหนดให้จัดทำดรรชนีคำในเนื้อหา ในหน้าที่ปรากฏได้  แต่ไม่ให้ตามส่วนที่เชื่อมโยงเพื่อจัดทำดรรชนีคำในเนื้อหา นำไปลงฐานข้อมูล
"NONE"  คือ  การห้ามไม่ให้ spider จัดเก็บเว็บเพจที่ปรากฏไปทำดรรชนีเนื้อหา และ ห้ามตามส่วนเชื่อมโยงเพื่อทำดรรชนีในเนื้อหาด้วยเช่นกัน 

Meta tags สำหรับสั่งให้ Search engine กลับมาที่เว็บไซต์

<META NAME="revisit-after" CONTENT="7 Days">

 Meta tags สำหรับบอกวันที่เวลาวันหมดอายุให้ลบออกจากฐานข้อมูล

<META NAME="expires" CONTENT="Never" >

Meta tags สำหรับบอกระดับการเผยแพร่ของเว็บไซต์

<META NAME="distribution" CONTENT="Global">

Meta tags สำหรับใส่อีเมล์สำหรับให้คนติดต่อกลับ
<META NAME="CONTACT_ADDR" CONTENT="clickmedesign@msn.com"> 
Meta tags สำหรับบอกระบุกลุ่มคนเข้าดู
<META NAME="rating" CONTENT="General">
Meta tags สำหรับบอกภาษาที่ใช้ในเว็บ
<META NAME="language" CONTENT="en-th">

สำหรับ Meta tags ที่จำเป็นต้องใช้จริงๆนั้นมีแค่ 3 ตัวนั้นคือ
1.<META HTTP-EQUIV="Content-Type" CONTENT="text/html;charset=UTF-8">
2.<META NAME="keywords" CONTENT="">
3.<META NAME="description" CONTENT="">
สำหรับตัวอื่นๆนั้นขึ้นอยู่กับเราว่าจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้แล้วแต่ความจำเป็น 


3.Web Spilder
ตอบ  Robot ที่นิยมใช้ในอินเทอร์เน็ตที่เก็บข้อมูลจากเว็บเพจ เรียกว่า เว็บครอว์เลอร์ (web crawler) หรือ สไปเดอร์ (spider) โดยถูกส่งมาจาก Search Engine ทั้งหลาย ให้ทำหน้าที่เก็บข้อมูลของเว็บนั้นมาวิเคราะห์แล้วจัดทำเป็นดัชนี Index มีผลในการจัดอันดับการค้นหาเป็นอย่างมากเจ้า Spider จะเคลื่อนไปทุกเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ตที่มันตรวจพบ โดยจะเน้นการมองหาเว็บไซต์ใหม่ๆ เนื้อหาใหม่ๆ ที่มีการหมั่นอัพเดทข้อมูลอยู่ทุกวัน และทำการคัดลอกสำเนา เนื้อหาข้อมูลจากเว็บนั้น ส่งไปยัง Server ต้นทางที่มันมา เพื่อทำการ บันทึกลงไปในฐานข้อมูล

4.Keyword Density
ตอบ  Keyword Density คือความหนาแน่นของคำสำคัญ หรือ คีย์เวิร์ดของเว็บไซต์ ซึ่งจะส่งผลให้ Search Engine เข้าใจว่าเว็บไซต์ของเราต้องการสื่ออะไร หรือเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับอะไร ยกตัวอย่างเช่น ผมทำเว็บขึ้นมาหนึ่งเว็บ ชื่อเว็บว่า ลูกหมา.com ซึ่งชื่อเว็บบอกอยู่แล้วว่าจะต้องทำเกี่ยวกับหมา หรือลูกหมา แต่ถ้าในเว็บไซต์ของผมดันไปพูดถึงแต่เรื่อง Googleเรื่องการหาเงิน Amazon Adsense มันคงไม่ถูกต้องนัก ดังนั้นในเว็บไซต์ ลูกหมา.com นี้ควรมีคำว่าลูกหมาอยู่ในบทความต่างๆ พอสมควร แต่ว่าไอ้พอสมควรเนี่ยคือเท่าไรกันเล่า จริง ๆ การคิด Keyword Density นั้น เราสามารถพิจารณาได้ทั้งสองแบบเลยครับ คือ

1. Keyword Density ทั้งเว็บ

2. Keyword Density เฉพาะบทความ 1 บทความ หรือ Page หนึ่ง Page

สมการของ Keyword Density คือ (จำนวน Keyword ที่เราสนใจ / จำนวนคำทั้งหมด)x100

โดยเปอร์เซนต์ความหนาแน่นที่เหมาะสม เป็นดังนี้ครับ

1. เราสามารถใส่ Keyword ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะไม่ให้ Google แบน คือ ประมาณ 12 – 20 % (อันนี้หมายถึงเปอร์เซ็นต์ Keyword ทั้งหมดของทั้งเวบนะครับ) โดยคุณสามารถที่จะรู้ได้ว่า % Keyword ทั้งหมดของเวบคุณอยู่ที่เท่าไหร่ โดยลอง Search ใน GG ด้วยคำว่า Keyword Density Analyzer ดูนะครับ จะเวบไซต์มากมายที่สามารถคำนวณ % Keyword ของเวบไซต์ของคุณได้  (ใส่ URL ของเวบ)
2. ทีนี้พูดถึง % Keyword เฉพาะบทความ 1 บทความ หรือ Page หนึ่ง Page สามาถแบ่งได้เป็น 2 กรณีดังนี้
2.1 กรณีเนื้อหาในหน้า Page นั้น มีคำมากเกิน 600 คำขึ้นไป ควรมี Keyword Density ไม่เกิน 10%
2.2 กรณีเนื้อหาในหน้า Page นั้น มีคำน้อยกว่า 600 คำ ควรมี Keyword Density ไม่เกิน 20 %
สาเหตุที่ต้องมี 2 กรณี คือ ในเนื้อหาสั้นๆ นั้นจะทำใ

ห้มีตัวหารน้อย ตัวเลขของความหนาแน่นก็จะมีมากขึ้นไปด้วยนั่นเอง


5.Crawler-based search engine
ตอบ   Crawler Based Search Engines   คือ เครื่องมือการค้นหาบนอินเตอร์เน็ตแบบอาศัยการบันทึกข้อมูล และ จัดเก็บข้อมูลเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นจำพวก Search Engine
ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากให้ผลการค้นหาแม่นยำที่สุด และการประมวลผลการค้นหาสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีบทบาทในการค้นหาข้อมูลมากที่สุดในปัจจุบัน
โดยมีองประกอบหลักเพียง 2 ส่วนด้วยกันคือ
1. ฐานข้อมูล โดยส่วนใหญ่แล้ว Crawler Based Search Engine เหล่านี้จะมีฐานข้อมูลเป็นของตัวเอง ที่มีระบบการประมวลผล และ การจัดอันดับที่เฉพาะ เป็นเอกลักษณ์ของตนเองอย่างมาก
2. ซอฟแวร์ คือเครื่องมือหลักสำคัญที่สุดอีกส่วนหนึ่งสำหรับ Serch Engine ประเภทนี้ เนื่องจากต้องอาศัยโปรแกรมเล็ก ๆ (ชนิดที่เรียกว่า จิ๋วแต่แจ๋ว) ทำหน้าที่ในการตรวจหา และ 
ทำการจัดเก็บข้อมูล หน้าเพจ หรือ เว็บไซต์ต่าง ๆ ในรูปแบบของการทำสำเนาข้อมูล เหมือนกับต้นฉบับทุกอย่าง ซึ่งเราจะรู้จักกันในนาม Spider หรือ Web Crawler หรือ Search Engine Robots


6.Paid search advertising
ตอบ  Paid search หรือ Engine advertising เป็นการซื้อพื้นที่ในเสิร์ซเอนจิน  หากผู้ใช้ค้นหาคำหลักหรือคีย์เวิร์ล (Key word) ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเจ้าของสินค้าหรือบริการต่างๆ โฆษณาของธุรกิจเหล่านั้นจะปรากฏในหน้าแรกให้ทันที  ทั้งนั้นผู้ลงโฆษณาตามจำนวนครั้งที่ใช้คลิกโฆษณาตามจำนวนผู้ใช้คลิกโฆษณาเพื่อเข้าไปในเว็บไซค์ (Pay Per Click : PPC) ของธุรกิจเท่านั้น  โดยเสิร์ซเอนจิน  ที่ได้รับความนิยมในประเทศได้แก่ Google Yahoo และ Microsoft AdCanter เป็นต้น